ผนังส้วม

posted on 08 Feb 2015 19:17 by purify-mind in Life
ฉันไปเข้าห้องน้ำของโรงเรียนนึง
บนผนังเขียนว่าเกลียดมายด์ปอหนึ่ง
มีหลายข้อความมาก จนน่าสงสัยว่ามายด์ปอหนึ่งทำอะไรมา
แล้วมายด์ปอหนึ่งตอนนี้จะอยู่ปออะไรแล้ว
 
หรืออาจจะอายุเท่าฉันแล้ว?
 
มายด์ปอหนึ่งจะยังคงเป็นมายด์ปอหนึ่งต่อไปในความทรงจำของคนที่อ่านข้อความบนผนังส้วม
 
 
ตอนนี้คนเขายังเขียนระบายความเกลียดชังใส่ผนังส้วมกันอยู่รึเปล่า?
หรือว่าเขาพิมพ์ข้อความลอยด่ากันไปด่ากันมาใส่โซเชียลเน็ตเวิร์คกันหมดแล้ว?
 
 
ฉันคิดว่าในยุคที่คนพิมพ์ด่ากันลอยไปลอยมาว่อนเน็ตแบบนี้
การนั่งส้วมแล้วอ่านข้อความที่เด็กๆด่ากันบนฝาผนัง ก็เป็นอะไรที่คลาสสิกดีไม่น้อยเลย
 

ดวงดาวก็ยังอุ่น

posted on 15 Jun 2014 18:00 by purify-mind
ปกติ วันที่ฝนตกจะมีความสุขทุกที
วันนี้ฝนตก
กำลังตกอยู่เลย
โปรยปรายลงมาจากฟ้า ความเย็นกระจายไปทั่วอากาศ
อากาศมืดครึ้มแบบนี้ก็เป็นอากาศที่ชอบที่สุดเลย
พัดลมที่กำลังเป่าผมอยู่ก็มักทำให้รู้สึกดี
 
แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงไม่มีความสุขเลยก็ไม่รู้
 
 
ไม่สิ ความจริงก็รู้แหล่ะ
 
 
ชีวิตยังมีอะไรอีกตั้งมากมาย
แต่ทำไมชีวิตถึงว่างเปล่าขนาดนี้นะ
อยากพบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมาย
แต่สุดท้ายก็ไม่อยากเจอใครเลย
 
 
ก็งงๆตัวเองอยู่เหมือนกัน
 
 
 
พี่บอกว่าเครียดอะไรก็บอกพี่ได้
ก็เลยเล่าให้พี่ฟังตอนที่พี่รีดผ้า
เล่าไปเรื่อยๆขณะที่เอาคางเกยกับโต๊ะอาหาร
พี่ก็ฟัง ฟังไปรีดผ้าไป พยักหน้า แล้วก็รีดผ้า
 
 
พี่บอกใครก็เครียด ไม่เป็นไร
พี่แนะนำอะไรมาอีกสักอย่าง
อีกหลายอย่าง
แต่เราเองนี่แหล่ะที่ไม่สนใจ
 
 
 
 
ก็ขึ้นมานั่งเล่นคอม เล่นไป ก็คิดไป
เครียดนะ แต่พยายามไม่คิดอะไร
พออยู่กับตัวเองมากๆก็กลายเป็นบ้า
แต่พออยู่กับคนอื่น ก็ไม่สบายใจเลย เลยปลีกมาอยู่คนเดียว ตัดขาดการติดต่อกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้
แม้แต่กับบล็อกที่เขียนอยู่นี่ยังปิดคอมเม้น ท่าจะบ้า
เอาจริงๆ ก็แค่อยากเขียนระบาย แต่ไม่อยากให้ใครมาสนใจอะไร
ตอนนี้ กับคนที่อยากพูดด้วยจริงๆก็มีแต่คนที่บ้าน
"ใช้ครอบครัวเยียวยาหัวใจ" เค้าเรียกอย่างนี้ล่ะมั้ง
 
 
 
เป็นอีกครั้งที่ต้องพยายามให้เต็มที่
พยายามให้ตายไปข้างนึงเลย
ต้องเกิดผลอยู่แล้วล่ะ
วันนี้ก็จะลองพยายามดูอีก
และพยายามดูอีก พยายามดูอีก พยายามจนกว่าจะตายกันไปข้างนึงเลย
 
 
มีพี่สาวคนนึงที่รู้จักกันบอกว่าให้เชื่อไว้เสมอว่าเราดีพอ
ตอนนี้เราก็กำลังพยายามเชื่ออย่างนั้น
แต่ก่อนจะเชื่อได้ก็ต้องดีพอจริงๆก่อน ใช่มั้ยคะ
ไม่รู้พี่คนนั้นจะอ่านอยู่รึเปล่า
แต่ถ้าอ่านอยู่ก็อยากบอกว่าเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ
เพราะว่าทางนี้ ก็เป็นกำลังใจให้ทางนั้นเสมอเช่นเดียวกัน
พอเขียนมาถึงตรงนี้ ก็รู้สึกว่าสายฝนข้างนอกดูจะอ่อนโยนขึ้นมา
ยังไงก็ไม่รู้สิคะ
 
 
 
 
บางทีทุกอย่างอาจขึ้นอยู่กับความคิดก็ได้
ความคิดทำให้อากาศภายนอกอ่อนโยน
ความคิดทำให้อากาศแข็งกระด้าง
ความคิดทำให้ดอกไม้บาน
และความคิดก็ทำให้โลกแตกสลาย
 
 
ความคิดกำหนดอะไรหลายๆอย่างจริงๆ
และเมื่อความคิดไปยึดติดกับใครบางคน
บางครั้งก็อยากจะร้องไห้ และอยากจะตายไปให้ได้
บางครั้งอับอายจนแทรกแผ่นดินหนี
และบางครั้ง ก็ทำให้ยิ้มออกมา
 
นี่ เธอรู้รึเปล่า ตอนนี้สายฝนก็กลับอ่อนโยนเหมือนเดิมแล้ว
เราไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ เพราะอยู่ดีๆระหว่างพิมพ์มาถึงตรงนี้ ก็เผลอคิดถึงเธอขึ้นมา
เราเพิ่งอ่านการ์ตูนเร็วๆนี้ เธอก็รู้ ว่าเราชอบอ่านการ์ตูนมาก
ตอนจบของการ์ตูนเล่มนั้นเป็นคนสองคนกอดกันท่ามกลางดวงดาว
แล้วก็มีคำโปรยตอนท้ายว่า
 
"ถ้ามีเธออยู่ด้วยกัน แม้จะอยู่ในคืนที่มีมรสุม ดวงดาวก็ยังอุ่น"
 
เหมือนกัน
ความรู้สึกของเราที่มีให้เธอ

สมุดภาพ

posted on 17 Feb 2013 10:26 by purify-mind in Life
แล้วฉันก็เอาภาพถ่ายกับภาพวาดทั้งหมดแปะลงในสมุดพร้อมคำบรรยาย
.
.
.
.
.
แทบทุกภาพเป็นภาพผู้คน สิ่งของ สถานที่ ที่ฉันพบเจอในระยะเวลาสั้นๆ
.
สั้นขนาดที่คงจำไม่ได้อีก ถ้าไม่มีรูปคอยย้ำเตือน
.
.
.
.
แต่ฉันก็ให้สมุดภาพนั้นกับเธอ
.
.
.
ฉันอยากให้เธอ ถึงแม้นั่นจะหมายความว่า ฉันโยนความทรงจำส่วนหนึ่งในชีวิตทิ้งไปด้วยก็ตาม
.
แต่ฉันก็ยังอยากให้เธออยู่ดี
,
,
,
,
ถึงตอนนี้ ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่
และไม่รู้ว่าหลงลืมอะไรไปบ้างจากวันนั้น

.
.
.
แต่สิ่งที่รู้ก็คือ หากมีคนถามว่าทำไมฉันจึงช่างหลงลืมนัก
ฉันก็จะบอกว่า เพราะครั้งหนึ่งฉันเคยให้ความทรงจำกับคนๆนึงไป

......
......
และจากนั้นเวลาพยายามหวนนึกถึงสิ่งต่างๆในสมุดเล่มนั้น
สิ่งเดียวที่ฉันจำได้
......
.....
ก็กลับกลายเป็นภาพของเธอ

ละอองดาวตก

posted on 25 Nov 2011 12:18 by purify-mind

 

 

 

มีคนเคยตั้งคำถามว่า

ที่เราเป็นมนุษย์เพราะเรามองดูดวงดาวรึเปล่า?

มันเป็นคำถามที่ดูไร้แก่นสารสิ้นดี

แต่คำถามที่นอกเหนือกว่านั้นก็คือ

แล้วดวงดาวเคยจ้องมองเรากลับบ้างรึเปล่า?

.

.

A philosopher once asked, "Are we human because we gaze at the stars, or do we gaze at them because we are human?" Pointless, really... "Do the stars gaze back?" Now *that's* a question

----------

.

คุณรู้มั้ยที่ฉันเคยบอกคุณว่าฉันรู้น้อยมากเกี่ยวกับความรัก

นั่นไม่ใช่ความจริงเลย

.

.

.

.

ฉันรู้มากกว่าที่คุณคิดเยอะเลยล่ะ

ฉันได้มองเห็นมัน...เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ฉันเฝ้ามองดู

และมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันสามารถทนดูโลกเสงเคร็งของคุณต่อไปได้

โลกที่เต็มไปด้วยสงคราม ความเจ็บปวด การโกหก ความเกลียดชัง

สิ่งต่างๆที่ทำให้ฉันอยากจะหันหน้ากลัไป แล้วไม่มองดูโลกของคุณอีกเลย

แต่ก็ต้องมองดูเพราะความรักที่มนุษย์มีให้กัน

.

.

.

.

.

.

ฉันหมายความว่า ต่อให้คุณจะไปไกลสุดขอบจักรวาลที่กว้างใหญ่

คุณก็ไม่สามารถเห็นสิ่งไหนที่งดงามได้เท่านี้

.

.

.

.

.

.

ใช่...ฉันรู้ดีว่าความรักนั้นไม่มีเงื่อนไข

และก็รู้ด้วยว่ามันคาดการณ์ไม่ได้ มาแบบไม่คาดคิด ควบคุมไม่ได้เลย

และก็สามารถทำให้เราทำเรื่องโง่เง่าได้ตั้งมากมาย

.

.

.

.

.

.

ที่ฉันพยายามจะบอกก็คือ

ฉันคิดว่าฉันรักคุณ

บางทีฉันก็รู้สึกว่า

ใจฉันไม่ได้เป็นของฉันเองอีกต่อไป แต่มันเป็นของคุณแล้ว

และถ้าหากว่าคุณต้องการมัน ฉันก็ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน

ไม่ว่าจะเป็นของขวัญ สินค้า สิ่งที่พิสูจน์ยืนยันว่าคุณรักฉัน

แต่แค่ได้รู้ว่าคุณก็รักฉันเหมือนกัน

.

.

.

เหมือนกับที่ฉันรักคุณ

.

.

-Star dust-

.

.

.

.

.

.

"You know when I said I knew little about love? That wasn't true.

 I know a lot about love. I've seen it, centuries and centuries of it,

 and it was the only thing that made watching your world bearable.

All those wars. Pain, lies, hate...

It made me want to turn away and never look down again.

But when I see the way that mankind loves...

You could search to the furthest reaches of the universe and never find anything more beautiful.

So yes, I know that love is unconditional.

But I also know that it can be unpredictable, unexpected, uncontrollable,

unbearable and strangely easy to mistake for loathing,

and... What I'm trying to say, Tristan is... I think I love you.

Is this love, Tristan? I never imagined I'd know it for myself.

My heart... It feels like my chest can barely contain it.

Like it's trying to escape because it doesn't belong to me any more.

It belongs to you. And if you wanted it, I'd wish for nothing in exchange - no fits. No goods. No demonstrations of devotion.

Nothing but knowing you loved me too. Just your heart, in exchange for mine. "

Broken

posted on 08 Apr 2011 10:08 by purify-mind in Short-fiction

 

 

 
เสียงเครื่องปรับอากาศดังกว่าที่ควรเป็น

 

 

จะว่ามืดก็ไม่ใช่

จะว่าสว่างก็ไม่เชิง

.

.

.

.

อากาศเย็นลง

คนโต๊ะข้างๆห่อไหล่เข้าหากัน

.

.

.

.

.

บางแห่งบนโลกใบนี้

ที่เสียงเปียโนดังต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

.

.

.

ฟองเบียร์และควันบุหรี่ตรงหน้าเธอ

กับหนังสือเล่มหนาตรงหน้าฉัน